เกมคอมพิวเตอร์...เล่นสนุกแบบเท่าทัน
โดย: มนตรา
เล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างไรให้ได้ทั้งความสนุก และได้ประโยชน์
เกมคอมพิวเตอร์" อาจจะถูกมองว่าเป็นตัวร้ายแย่งเวลาเด็กๆ แถมยังทำให้ติดงอมแงมจนเกิดปัญหามากมาย แต่ถ้ารู้จักเล่นรู้จักเลือกและเท่าทันแล้วก็ถือได้ว่าเป็นสื่อสนุกที่เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งเลยทีเดียว
จะว่าไปแล้วเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่นักออกแบบเกมเขาคิดสร้างออกมา ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เลยเสียทีเดียวนะคะ แหม...ทีเหรียญยังมี 2 ด้าน ทุกอย่างมันก็ต้องมีทั้งมุมดีและไม่ดีปะปนกันอยู่เสมอ จริงไหมล่ะค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเกมคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง
จะว่าไปแล้วเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่นักออกแบบเกมเขาคิดสร้างออกมา ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เลยเสียทีเดียวนะคะ แหม...ทีเหรียญยังมี 2 ด้าน ทุกอย่างมันก็ต้องมีทั้งมุมดีและไม่ดีปะปนกันอยู่เสมอ จริงไหมล่ะค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเกมคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง
เล่นแล้วสนุก
เทคนิคภาพ แสง สี เสียง ที่สวยงามสมจริงจึงสามารถดึงดูดใจได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท้าท้ายความอยากเอาชนะในใจของคนเล่น (ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน) จึงทำให้เล่นทีไรก็สนุกสนานเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลย
ได้ฝึกสังเกต ตัดสินใจ เนื้อหาในเกมส่วนใหญ่จะมีการให้เปรียบเทียบ แยกประเภท หรือตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งการจะเอาชนะหรือผ่านด้านต่างๆ ไปได้ต้องการการคิดแก้ปัญหา สังเกตและกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงสถานการณ์จำลองก็ตามแต่ก็ถือว่าเป็นสนามให้เด็กได้ลองควบคุมและทดลองตัดสินใจด้วยตัวเองดู ถือเป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งในการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กๆ ค่ะ
ฝึกภาษา มีเกมภาษาหลายเกมทีเดียวที่สนุกและให้ความรู้เรื่องคำศัพท์ไปพร้อมกัน รวมไปถึงการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ๆ และสอนคำศัพท์ต่างๆ ไปด้วย ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น
เสริมสร้างจินตนาการ เกมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกเติมแต่งสิ่งต่างๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นเป็นเกมจัดห้อง แต่งตัวตุ๊กตา สร้างสวนสนุกง่ายๆ หรือเกมสร้างเมืองจำลองอย่าง Sim City ถือเป็นเกมที่เด็กๆ ได้สนุกและได้คิดฝันตามจินตนาการได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เรียนรู้กติกา เกมในกลุ่มกีฬา เช่น ฟุตบอล เทนนิส บาสเกตบอล กอล์ฟ รถแข่ง ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นต้องเข้าใจกฎ กติกา จึงจะเล่นได้ถือเป็นการปูพื้นฐานได้ทำความรู้จักกับกีฬาประเภทนั้นๆ แม้จะยังไม่ได้ลงสนามจริงก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และถ้ามีโอกาสคุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะชวนลูกไปเล่นกีฬาที่เขาชอบจากเกมดู ไม่แน่ลูกอาจจะติดใจของจริงจนลืมเกมในจอไปเลยก็ได้
เล่นอย่างไรไม่ติดเกม
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่แทบทุกคนกลัวเมื่อมีเกมอยู่ในบ้านก็คือกลัวลูกติดเกม แต่ถ้าลองใช้วิธีต่อไปนี้ก็จะช่วยให้ปัญหาติดเกมงอมแงมไม่เกิดขึ้นได้ค่ะ
ควบคุมเวลาอย่างจริงจัง ต้องมีการตกลงกฎกติการ่วมกันและควบคุมเวลาเล่นเกมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เด็กใช้เวลาเล่นเกมอยู่ที่หน้าจอนานเกินไป สำหรับเด็กเล็กๆ วัยอนุบาลอย่างนี้ที่แนะนำก็คือควรเล่นวันละ 30-45 นาที และเรื่องสำคัญที่ต้องย้ำก็คือ ต้องรักษากฎอย่างเคร่งครัด อย่าใจอ่อนให้เล่นได้ตามใจ ไม่อย่างนั้นจะควบคุมเวลาเล่นเกมกับลูกได้ยากมากๆ ค่ะ
ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย หากมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจมาทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา ช่วยงานต่างๆ ในบ้าน ฯลฯ ก็จะทำให้เด็กไม่พุ่งความสนใจไปที่การเล่นเกมเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่มีเวลาให้ลูกแล้วปล่อยให้เกมเลี้ยงลูกแทนจะไปโทษเกมว่าร้ายกาจอย่างนั้นอย่างนี้ก็คงไม่ยุติธรรมเท่าไรนักหรอกนะ
ไม่ปล่อยให้เล่นตามลำพัง คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นคนเลือกเกมที่ลูกจะเล่นว่าเหมาะสมกับวัยหรือไม่ (สังเกตได้จากเรตติ้งข้างกล่อง - เกมสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป จะใช้สัญลักษณ์ว่า EC) จุดที่ตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นจุดที่คนอื่นๆ เห็นด้วย ไม่ใช่ในที่ลับหูลับตา อย่างในห้องนอน เพราะจะทำให้เปิดเล่นได้สะดวกและควบคุมเกมที่จะเล่นได้ยาก และถ้าเป็นไปได้ควรเข้าไปเล่นเกมกับลูก (อาจจะผลัดกันเล่น) หรือคอยชี้แนะอยู่ใกล้ๆ จะดีที่สุด
ได้รู้อย่างนี้แล้วเกมคอมพิวเตอร์ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเกินรับมือของคุณพ่อคุณแม่แล้วนะคะ
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นพ.ปราการ ถมยางกูร จิตแพทย์ ผู้เขียนหนังสือ "เมื่อลูกติดเกม" (สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น ) ได้พูดถึงเกมคอมพิวเตอร์กับเด็กๆ ว่า...
"เกมส่งเสริมการศึกษาที่สนุกๆ มีหลายเกม มีทั้งเกมที่ผลิตโดยคนไทยและเกมจากต่างประเทศ เช่น เกมตระกูล The Sims ซึ่งเป็นเกมเลียนแบบสถานการณ์จำลอง เกมจากค่าย Dorling Kindersley (DK) หรือค่าย Disney เป็นเกมที่น่ารักเหมาะสำหรับเด็ก ข้อสำคัญในการเล่นเกมคือ ให้เด็กเล่มเกมเพื่อคสามสนุกสนานแต่อย่าให้ถึงขั้นติดเกม เด็กเล็กไม่ควรเล่นเกมออนไลน์ เนื่องจากเป็นเกมที่เล่นไม่มีวันจบ เด็กเล็กยังไม่รู้จักควบคุมเวลาในการเล่มเกมของตนดี ควรเล่มเกมแผ่นจะดีกว่าเพราะมีจุดสุดท้ายที่จะเล่นเกมจนจบได้ในแต่ละเกม และการออนไลน์ก็เสี่ยงกับการได้พบปะพุดคุยกับคนแปลกหน้าในเกม และอาจจะนำไปสู่การถูกหลอกลวงได้"
รู้จักเกม
เกม PC คอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เกมคอนโซล (Console) และเกมคอมพิวเตอร์ที่เล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์
- เกมคอนโซล ส่วนใหญ่จะเป็นเกมที่เล่นด้วยแผงบังคับที่ใช้สองมือจับสะดวก เช่น เกมเพลย์สเตชั่น นินเทนโด เกมบอย วิดีโอเกม ตู้เกม
- เกมคอมพิวเตอร์ คือเกมที่ต้องเล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็นระบบออฟไลน์ที่เล่นกับแผ่น และระบบออนไลน์ ซึ่งต่ออินเตอร์เน็ตและลงทะเบียนเครือข่าย สามารถเล่นได้พร้อมกันหลายๆ คน อย่างเช่น Ragnarak
เทคนิคภาพ แสง สี เสียง ที่สวยงามสมจริงจึงสามารถดึงดูดใจได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท้าท้ายความอยากเอาชนะในใจของคนเล่น (ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน) จึงทำให้เล่นทีไรก็สนุกสนานเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลย
ได้ฝึกสังเกต ตัดสินใจ เนื้อหาในเกมส่วนใหญ่จะมีการให้เปรียบเทียบ แยกประเภท หรือตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งการจะเอาชนะหรือผ่านด้านต่างๆ ไปได้ต้องการการคิดแก้ปัญหา สังเกตและกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงสถานการณ์จำลองก็ตามแต่ก็ถือว่าเป็นสนามให้เด็กได้ลองควบคุมและทดลองตัดสินใจด้วยตัวเองดู ถือเป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งในการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กๆ ค่ะ
ฝึกภาษา มีเกมภาษาหลายเกมทีเดียวที่สนุกและให้ความรู้เรื่องคำศัพท์ไปพร้อมกัน รวมไปถึงการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ๆ และสอนคำศัพท์ต่างๆ ไปด้วย ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น
เสริมสร้างจินตนาการ เกมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกเติมแต่งสิ่งต่างๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นเป็นเกมจัดห้อง แต่งตัวตุ๊กตา สร้างสวนสนุกง่ายๆ หรือเกมสร้างเมืองจำลองอย่าง Sim City ถือเป็นเกมที่เด็กๆ ได้สนุกและได้คิดฝันตามจินตนาการได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เรียนรู้กติกา เกมในกลุ่มกีฬา เช่น ฟุตบอล เทนนิส บาสเกตบอล กอล์ฟ รถแข่ง ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นต้องเข้าใจกฎ กติกา จึงจะเล่นได้ถือเป็นการปูพื้นฐานได้ทำความรู้จักกับกีฬาประเภทนั้นๆ แม้จะยังไม่ได้ลงสนามจริงก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และถ้ามีโอกาสคุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะชวนลูกไปเล่นกีฬาที่เขาชอบจากเกมดู ไม่แน่ลูกอาจจะติดใจของจริงจนลืมเกมในจอไปเลยก็ได้
เล่นอย่างไรไม่ติดเกม
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่แทบทุกคนกลัวเมื่อมีเกมอยู่ในบ้านก็คือกลัวลูกติดเกม แต่ถ้าลองใช้วิธีต่อไปนี้ก็จะช่วยให้ปัญหาติดเกมงอมแงมไม่เกิดขึ้นได้ค่ะ
ควบคุมเวลาอย่างจริงจัง ต้องมีการตกลงกฎกติการ่วมกันและควบคุมเวลาเล่นเกมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เด็กใช้เวลาเล่นเกมอยู่ที่หน้าจอนานเกินไป สำหรับเด็กเล็กๆ วัยอนุบาลอย่างนี้ที่แนะนำก็คือควรเล่นวันละ 30-45 นาที และเรื่องสำคัญที่ต้องย้ำก็คือ ต้องรักษากฎอย่างเคร่งครัด อย่าใจอ่อนให้เล่นได้ตามใจ ไม่อย่างนั้นจะควบคุมเวลาเล่นเกมกับลูกได้ยากมากๆ ค่ะ
ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย หากมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจมาทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา ช่วยงานต่างๆ ในบ้าน ฯลฯ ก็จะทำให้เด็กไม่พุ่งความสนใจไปที่การเล่นเกมเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่มีเวลาให้ลูกแล้วปล่อยให้เกมเลี้ยงลูกแทนจะไปโทษเกมว่าร้ายกาจอย่างนั้นอย่างนี้ก็คงไม่ยุติธรรมเท่าไรนักหรอกนะ
ไม่ปล่อยให้เล่นตามลำพัง คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นคนเลือกเกมที่ลูกจะเล่นว่าเหมาะสมกับวัยหรือไม่ (สังเกตได้จากเรตติ้งข้างกล่อง - เกมสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป จะใช้สัญลักษณ์ว่า EC) จุดที่ตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นจุดที่คนอื่นๆ เห็นด้วย ไม่ใช่ในที่ลับหูลับตา อย่างในห้องนอน เพราะจะทำให้เปิดเล่นได้สะดวกและควบคุมเกมที่จะเล่นได้ยาก และถ้าเป็นไปได้ควรเข้าไปเล่นเกมกับลูก (อาจจะผลัดกันเล่น) หรือคอยชี้แนะอยู่ใกล้ๆ จะดีที่สุด
ได้รู้อย่างนี้แล้วเกมคอมพิวเตอร์ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเกินรับมือของคุณพ่อคุณแม่แล้วนะคะ
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นพ.ปราการ ถมยางกูร จิตแพทย์ ผู้เขียนหนังสือ "เมื่อลูกติดเกม" (สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น ) ได้พูดถึงเกมคอมพิวเตอร์กับเด็กๆ ว่า...
"เกมส่งเสริมการศึกษาที่สนุกๆ มีหลายเกม มีทั้งเกมที่ผลิตโดยคนไทยและเกมจากต่างประเทศ เช่น เกมตระกูล The Sims ซึ่งเป็นเกมเลียนแบบสถานการณ์จำลอง เกมจากค่าย Dorling Kindersley (DK) หรือค่าย Disney เป็นเกมที่น่ารักเหมาะสำหรับเด็ก ข้อสำคัญในการเล่นเกมคือ ให้เด็กเล่มเกมเพื่อคสามสนุกสนานแต่อย่าให้ถึงขั้นติดเกม เด็กเล็กไม่ควรเล่นเกมออนไลน์ เนื่องจากเป็นเกมที่เล่นไม่มีวันจบ เด็กเล็กยังไม่รู้จักควบคุมเวลาในการเล่มเกมของตนดี ควรเล่มเกมแผ่นจะดีกว่าเพราะมีจุดสุดท้ายที่จะเล่นเกมจนจบได้ในแต่ละเกม และการออนไลน์ก็เสี่ยงกับการได้พบปะพุดคุยกับคนแปลกหน้าในเกม และอาจจะนำไปสู่การถูกหลอกลวงได้"
รู้จักเกม
เกม PC คอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เกมคอนโซล (Console) และเกมคอมพิวเตอร์ที่เล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์
- เกมคอนโซล ส่วนใหญ่จะเป็นเกมที่เล่นด้วยแผงบังคับที่ใช้สองมือจับสะดวก เช่น เกมเพลย์สเตชั่น นินเทนโด เกมบอย วิดีโอเกม ตู้เกม
- เกมคอมพิวเตอร์ คือเกมที่ต้องเล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็นระบบออฟไลน์ที่เล่นกับแผ่น และระบบออนไลน์ ซึ่งต่ออินเตอร์เน็ตและลงทะเบียนเครือข่าย สามารถเล่นได้พร้อมกันหลายๆ คน อย่างเช่น Ragnarak